ฟานไดค์ ทำสถิติสุดจนต้องอึ่ง!

   ฟานไดค์ ทำสถิติสุดจนต้องอึ่ง! แฮปปี้กันถ้วนหน้าสำหรับบรรดาสาวก “เดอะ ค็อป” หลัง หงส์แดง ผงาดคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ประจำฤดูกาล 2018/19 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่อลังการ และถือเป็นแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 ด้วยการชนะ ไก่เดือยทอง 2-0 ในเกมรอบชิงชนะเลิศ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งมีเกร็ดและสถิติที่น่าสนใจมากมายเลยจากเกมนี้ เราไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

ฟานไดค์ ทำสถิติสุดจนต้องอึ่ง!
ไม่ต้องทำเทริ์นให้ยุ่งยาก

เปิดสถิติสุดน่าทึ่ง ฟานไดค์ ทำสถิติสุดจนต้องอึ่ง! สุดแกร่ง ใครเจอต้องสะดุ้ง

สื่อต่างประเทศเปิดสถิติสุดยอดของ “เฟอร์กิล” ในฤดูกาลนี้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ตลอด 36 นัดในศึกพรีเมียร์ลีก ไม่มีคู่แข่งเลี้ยงบอลผ่านไปได้เลยสักคนเดียวเหมือนมีกำแพงมากั้นไว้เลยก็ว่าได้…
   หงส์แดง คว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ufabet ยูโรเปี้ยน คัพ เป็นสมัยที่ 6 ซึ่งเป็นสถิติที่มากที่สุดเป็นอันดับสาม เป็นรองเพียงแค่ เรอัล มาดริด (13) และ เอซี มิลาน (7) แต่ก็ถือว่ามากสุดในบรรดาสโมสรอังกฤษเลยทีเดียว รองลงมาคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

     เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ หงส์แดง คว้าชัยในเกมรอบชิงฯ บอลถ้วยเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 2012 ที่ได้แชมป์ เดเอฟเบ โพคาล กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

      เจอร์เก้น คล็อปป์ เขากลายเป็นกุนซือ “หงส์แดง” จ้าวที่ 4 ที่ได้ถือถ้วย “บิ๊กเอียร์” ต่อจาก บ็อบ เพสลี่ย์, โจ เฟแกน และ ราฟาเอล เบนิเตซ

       นี่คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่รอบชิงชนะเลิศ ไม่มีใบเหลือง ใบแดงเลยซักใบ

     เกมนี้ ลิเวอร์พูล ครองบอลได้แค่ 35% ทำให้พวกเขาเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ชนะในรอบชิงฯ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน รับไก่เดือยทองมักเล่นได้ดียามเจอลิเวอร์พูล ทั้งที่แทบไม่ได้ครองบอลเลยแต่เขากลับทำประตูได้มากกว่า นับตั้งแต่ อินเตอร์ มิลาน ยุคกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ได้แชมป์เมื่อปี 2010 (ชนะ บาเยิร์น มิวนิค 2-0 ในรอบชิงฯ)

      เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็คขวาตัวเด่น ลิเวอร์พูล ทำสถิติเป็นนักเตะที่มีอายุน้อยกว่า 21 ปี คนแรกในประวัติศาสตร์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ได้ลงตัวจริงเกมรอบชิงฯ ติดต่อกันสองซีซั่น

      โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ตัวยิง หงส์แดง กลายเป็นผู้เล่นจากทวีปแอฟริกาคนที่ห้า ที่ทำประตูในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก / ยูโรเปี้ยน คัพ รอบชิงฯ ได้ ต่อจาก ราบาห์ มัดแชร์, ซามูเอล เอโต้, ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา และ ซาดิโอ มาเน่

      ประตูขึ้นนำ 1-0 จากลูกจุดโทษของ ซาลาห์ ถือเป็นประตูที่เกิดขึ้นเร็วสุดอันดับที่สองในประวัติศาสตร์เกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงฯ ใช้วลาเพียงแค่(1 นาที กับ 48 วินาที) ต่อจาก เปาโล มัลดินี่ ที่ทำประตูได้โดยใช้เวลาแค่ 50 วินาที ในเกมรอบชิงฯ เมื่อปี 2005 ที่เจอกับ หงส์แดง

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *